เจาะประเด็นรายได้ของธุรกิจไก่ชน

 

หากจะกล่าวถึงรายรับ – รายจ่ายของธุรกิจการพนันไก่ชนนั้นแต่ละที่ก็จะแตกต่างกันไป ซึ่งจะขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละท้องถิ่นนั้น แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าของบ่อนก็ต้องการรายได้จากการประกอบการนี้ให้ได้มากที่สุด โดยการหารายได้เข้าบ่อนมีสองแนวคิด ดังนี้

  1. แนวคิดการผูกขาดในการให้บริการ โดยแนวคิดนี้เจ้าของบ่อนจะทำการจัดการเองเกือบทั้งหมด เช่น ร้านขายอาหารและเครื่องดื่ม การบริการที่จอดรถ ซึ่งถือว่าเป็นกิจการที่สร้างรายได้มากที่สุด แต่ในขณะเดียวกันเจ้าของบ่อนก็จะแบกรับรายจ่ายเองทั้งหมด
  2. แนวคิดการกระจายรายได้ สำหรับแนวคิดนี้เจ้าของบ่อนจะดำเนินเฉพาะการชนไก่เท่านั้น ซึ่งจะมีรายได้ร้อยละ 10 ของวงเงินเดิมพัน ส่วนกิจการอื่นๆให้ชาวบ้านซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มแม่บ้านเป็นผู้ดำเนินการ เช่น ร้านขายอาหาร ส่วนบริการที่จอดรถ จะให้เจ้าของที่ดินเป็นผู้ดำเนินการ นอกจากนี้แล้วบ่อนก็ต้องคืนรายได้ให้กับชุมชน เช่น การสร้างเมรุ ชุดกีฬาสำหรับเยาวชน แนวคิดนี้เกิดจากการที่ผู้ก่อตั้งบ่อนชนไก่เป็นผู้นำในชุมชนที่ชาวบ้านได้ให้ความเคารพนับถือ

แนวคิดที่แตกต่างกันทั้งสองแนวคิดนี้ ส่งผลให้รายรับ – รายจ่ายของบ่อนแตกต่างกันไปด้วย แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือ

1.รายได้หลักมาจากเงินร้อยละ 10 ของวงเงินเดิมพัน โดยบ่อนบ้านนั้นจะต้องการไก่ชนอย่างน้อย 20 คู่ ส่วนบ่อนเมืองต้องการไก่ชนเพียง 5 คู่ ซึ่งแต่ละคู่จะมีวงเงินเดิมพัน 110,000 บาทขึ้นไป

2.การบริการที่จอดรถ โดยคิดค่าจอดรถคันละ 10 บาท สำหรับรถจักรยานยนต์ และค่าจอดรถคันละ 20 บาท สำหรับค่าจอดรถยนต์

3.ร้านขายอุปกรณ์ ยา อาหารเสริม โดยจะมีการเก็บค่าตั้งแผงและค่าการใช้ไฟฟ้า

4.บริการที่นั่งติดสังเวียน ซึ่งจะมีการแถมผ้าเย็นและสมุดจดบันทึกให้ คิดค่าบริการที่นั่งละ 100 บาท

จากที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้น แม้จะดูเหมือนว่าบ่อนพนันไก่ชนจะประสบผลสำเร็จทางธุรกิจนั้น แต่ภายใต้การดำรงอยู่ของระบบอุปถัมภ์ ทำให้บ่อนพนันไก่ต้องแบกรับกับภาระกับระบบเกื้อหนุนดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น ค่าส่วยหรือค่าแสดงความจงรักภักดี ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเดือนละประมาณ 5000 บาท ทั้งนี้รายจ่ายในส่วนนี้ก็ขึ้นอยู่กับขนาดของบ่อนพนันไก่ชนด้วย ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ส่วนหนึ่งก็เพื่อรักษาความสัมพันธ์และทำให้เชื่อมั่นได้ว่าจะได้รับการต่อสัญญาเปิดบ่อนได้ในปีต่อไป

ระบบการเมืองแบบอุปถัมภ์นั้นจำเป็นต้องอาศัยธุรกิจการพนันเป็นเครื่องมือในการรักษาความสัมพันธ์ ถึงแม้ว่าภาครัฐจะตอกกลับถึงภาพลักษณ์ของบ่อนพนันชนไก่นี้ในทางที่เสื่อมเสีย แต่ก็อาศัยภาพลักษณ์เชิงลบนี้ในการแสวงหาประโยชน์เช่นกัน